ข่าวประจำวันพุธที่ 24 กันยายน 2551

 

 

 

ประชันนโยบาย เลือกตั้งผู้ว่า กทม.หลายเวที

ศูนย์ศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ คณะศิลปกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. "นโยบายเพื่อผู้ด้อยโอกาส-ผู้พิการ" และในวันเดียวกัน ชาวแฟลตดินแดงก็ได้จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ "การพัฒนาชุมชนแฟลตดินแดง และชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ" ซึ่งทั้ง 2 เวที มีว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.ไปร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งแต่ละคนก็มีนโยบายที่แตกต่างกันไป

นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ หมายเลข 2 กล่าวว่า หากเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะส่งเสริมและช่วยเหลือผู้พิการ หรือมนุษย์ล้อให้โดยสารรถประจำทางและรถสาธารณะ มีป้ายบอกทางอักษรเบรล ห้องน้ำผู้พิการ โดยจะถือเป็นนโยบายหลักของ กทม. และให้มีศูนย์กีฬาสำหรับผู้พิการ โดยให้มี 1 แห่งที่ดำเนินงานโดยผู้พิการทั้งหมด และจะประสานภาคเอกชนให้รับผู้พิการเข้าทำงานด้วย

ส่วนเรื่องชุมชนนั้น นายเกรียงศักดิ์บอกว่า ต้องถามความต้องการของชาวบ้าน กรรมการชุมชน ว่าคิดเห็นอย่างไร อยากให้ผู้ว่าฯ กทม.ช่วยอะไร แต่หากชาวแฟลตให้โอกาสจะช่วยเหลือด้วยใจจริง เพราะขณะนี้มีแบบบ้านที่ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ออกแบบไว้ สร้างได้ในราคา 40,000 บาท และมีเนิร์สเซอรี่ 2 วัย ช่วยดูแลทั้งเด็กและผู้สูงอายุ

ขณะที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน หมายเลข 5 กล่าวว่า จะสานต่องานเดิมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการให้มีอิสรภาพและเท่าเทียม โดยสถานที่ราชการจะมีห้องน้ำเฉพาะและราวจับ รวมถึงส่งเสริมพัฒนาอาชีพผู้พิการ และมีหนังสือเสียงสำหรับคนตาบอดในห้องสมุด กทม. ส่วนเรื่องการศึกษาจะให้สิทธิเท่าเทียมคนปกติ

ด้านนายประภัสร์ จงสงวน หมายเลข 10 กล่าวว่า จากผลงานรถไฟฟ้าใต้ดินแสดงให้เห็นชัดเจนว่าได้ช่วยเหลือผู้พิการให้เดินทางสะดวก ไม่ถูกจองจำ หรือจำกัดสถานที่ ทำให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ โดยดึงสมาคมผู้พิการเข้าไปร่วมออกแบบสถานที่ ส่วนการจะทุบหรือซ่อมแซมแฟลตดินแดงนั้น ขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของผู้เช่า แต่ความเดือดร้อนของประชาชนต้องไม่เอามาเป็นประเด็นทางการเมือง และข้อตกลงต้องไม่เปลี่ยนไปตามการเมือง เรื่องนี้การเคหะแห่งชาติเป็นเจ้าของพื้นที่ ฉะนั้น กทม.ต้องเข้าไปช่วยในส่วนที่ช่วยได้ เช่น ออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์ เป็นต้น

ส่วนนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หมายเลข 8 กล่าวว่า การจะช่วยผู้พิการไม่ใช่การขายฝัน แต่ต้องเป็นเรื่องของจิตใจ ต้องทำให้เกิดความเท่าเทียมทางจิตใจก่อน ไม่ใช่บอกว่ามีสะพานลอย มีลิฟต์ มีบันได แต่ กทม.ต้องผลักดันให้มี พ.ร.บ.ผู้พิการ โดยนำต้นแบบจากสหรัฐอเมริกา เริ่มจากการออกใบอนุญาตขับขี่ผู้พิการ มีที่จอดรถผู้พิการ และหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะให้ผู้พิการ 1 คน เป็นทีมรองผู้ว่าฯ กทม. อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.ต้องทำหน้าที่ประสานงานให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้บนพื้นฐานความจริง ไม่ใช่การพูดแต่บนเวทีเท่านั้น สำหรับปัญหาแฟลตดินแดงนั้นจะทุบทิ้งเพื่อสร้างใหม่เป็นตึก 12 ชั้น ภายในระยะเวลา 8 เดือน ระหว่างการก่อสร้างจะให้เงินค่าเช่าชดเชยผู้เช่าแฟลตเดือนละ 5,000 บาท จนกว่าจะได้ย้ายกลับเข้าที่เดิม ส่วนห้องที่สร้างใหม่จะเป็นสวัสดิการด้านที่พักอาศัยฟรีแก่ข้าราชการ กทม.

ด้านนางลีนา จังจรรจา หมายเลข 7 แม้จะไม่ได้ไปร่วมเวทีที่จุฬาฯ แต่สำหรับปัญหาแฟลตดินแดง เธอมีความเห็นสอดคล้องกับนายชูวิทย์ว่าจะรื้อทิ้ง แต่ที่แตกต่างคือต้องการพัฒนาเป็นศูนย์การค้า โดยระหว่างรื้อจะให้ชาวแฟลตไปอยู่ในชุมชนแออัด 1,700 แห่ง หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะพัฒนาให้น่าอยู่ โดยคิดค่าเช่า 300 บาทต่อเดือน และฝึกอาชีพให้ได้มีที่ค้าขาย มีรายได้โดยคิดค่าเช่าจากศูนย์การค้าที่สร้างขึ้นมาใหม่ในราคา 1,500 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ จะซื้อพื้นที่เสื่อมโทรมเขตละ 10 แห่ง สร้างสวนหย่อม 500 แห่งด้วย